สาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 ยาว 1.5 เมตร เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 ยาว 1.5 เมตร คือเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กรูปหน้าตัดตัว I (I-Shape) ขนาด 22 เซนติเมตร ความยาวต่อท่อน 1.5 เมตร ออกแบบมาสำหรับงานฐานรากที่ต้องการความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักโครงสร้างได้มากกว่าขนาดเล็ก เช่น I15 หรือ I18
หมวดหมู่ : เสาไมโครไพล์ (Micropile) , 
Share
ติดต่อสั่งซื้อ:
083-686-9998
096-758-6151
084-112-5635
เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 ยาว 1.5 เมตร
เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 ยาว 1.5 เมตร คือเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กรูปหน้าตัดตัว I (I-Shape) ขนาด 22 เซนติเมตร ความยาวต่อท่อน 1.5 เมตร ออกแบบมาสำหรับงานฐานรากที่ต้องการความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักโครงสร้างได้มากกว่าขนาดเล็ก เช่น I15 หรือ I18 ไมโครไพล์ชนิดนี้นิยมใช้ในงานก่อสร้างและงานต่อเติมอาคารที่ต้องการฐานรากมั่นคง แต่ยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่หน้างาน เช่น อาคารที่สร้างเสร็จแล้ว หรือพื้นที่ที่เครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง
เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 รับน้ำหนักได้กี่ตัน?
โดยทั่วไป ไมโครไพล์ I22 สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) ได้ประมาณ 30–40 ตันต่อต้น
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรับน้ำหนักจริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ต่อเสาเข็มหลายท่อนเพื่อให้ถึงชั้นดินที่เหมาะสมสำหรับการรับน้ำหนักของโครงสร้าง
ทำไมเสาเข็มไมโครไพล์ต้องเป็นท่อนยาว 1.5 เมตร?
เสาเข็มไมโครไพล์ส่วนใหญ่ผลิตเป็น ท่อนยาว 1.5 เมตร เพื่อให้เหมาะกับการทำงานในพื้นที่จำกัด
ข้อดีของเสาเข็มขนาดท่อนสั้น ได้แก่
- ขนส่งและเคลื่อนย้ายได้สะดวก
- เหมาะกับพื้นที่ที่มีหลังคาหรือสิ่งกีดขวาง
- สามารถต่อท่อนเพิ่มความลึกได้ตามต้องการ
- ลดข้อจำกัดในการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่
จึงเหมาะอย่างมากกับงานต่อเติมบ้านหรืออาคารที่มีโครงสร้างเดิมอยู่แล้ว
เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 เหมาะกับงานอะไร
เสาเข็มไมโครไพล์ขนาด I22 เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักโครงสร้างค่อนข้างมาก เช่น
- งานต่อเติมอาคารขนาดใหญ่
- งานต่อเติมโรงงานหรือโกดัง
- ฐานรากอาคารพาณิชย์
- ฐานรากโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่
- งานเสริมฐานรากอาคารที่มีปัญหาการทรุดตัว
เนื่องจากมีขนาดหน้าตัดใหญ่ ทำให้มีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้สูงกว่าไมโครไพล์ขนาดเล็ก
สรุป
เสาเข็มไมโครไพล์ ไอ 22 ยาว 1.5 เมตร เป็นเสาเข็มที่มีความแข็งแรงสูง เหมาะกับงานฐานรากที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น อาคารพาณิชย์ โกดัง หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ อีกทั้งยังสามารถทำงานในพื้นที่จำกัดได้ดี จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมในงานต่อเติมและงานเสริมฐานราก